หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคการตั้งชื่อเว็บไซต์  (อ่าน 1028 ครั้ง)
dynaz
dynaz of iDeeZiGn
ประธานฝ่ายความมั่นคง
Creative High School
*****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 27, 2009, 12:18:09 pm »

เทคนิคการตั้งชื่อเว็บไซต์


ผม เจอบทความ เรื่อง ?เว็บไซต์กับการสร้าง Brand  ตอน การตั้งชื่อเว็บไซต์ ?  เขียนโดย คุณภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ (กูรูด้าน E-Commerce  และ  E-Marketing) ในนิตยสาร Marketeer  ฉบับเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา  อ่านจบแล้วได้ความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการตั้งชื่อเว็บ  จึงตัดบางตอนมาให้อ่านกันเล่น ๆ ว่า เขามีเทคนิคตั้งชื่อเว็บไซต์อย่างไงกันบ้าง  เชิญอ่านเลยครับ.....

ชื่อเว็บไซต์ถือเป็นประตูในการที่จะให้คนที่สนใจสามารถเข้าไปยัง เว็บไซต์ ดังนั้นชื่อเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่จะต้องคิดตั้งชื่อให้ดี เพราะชื่อดีก็มีส่วนในการสร้างให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ

การตั้งชื่อเว็บไซต์นั้น มีวิธีการหลายอย่าง และไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับชื่อนั้นๆ เข้ากับลักษณะของเว็บ และตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด ลองมาดูวิธีการและกฎในการตั้งชื่อเว็บกันครับ

          ก่อนที่จะตั้งชื่อเว็บได้นั้น จะต้องทำความเข้าใจกับเว็บของเราเองเสียก่อน ว่าเว็บของเรานั้นเป็นเว็บแบบไหน ให้บริการอะไร ที่สำคัญ จุดเด่นและข้อแตกต่างของเว็บเรากับเว็บอื่น ๆ คืออะไร พูดง่ายๆ ก็คือการหา Selling Point หรือจุดขายของเว็บของเราให้ได้ก่อน หลังจากนั้น เราจะต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเว็บด้วย ว่าพวกเขาเป็นใคร ต้องการอะไร และจะได้อะไรจากเว็บของเรา เพื่อที่จะได้ตั้งชื่อสื่อถึงบริการของเว็บ และตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

เทคนิคการตั้งชื่อโดเมนเนม คือ

1. ถ้ามีบริษัท ชื่อสินค้า หรือบริการก็ใช้ชื่อเหล่านั้นตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์
หากคุณมีบริษัทชื่อ ABC คุณก็ควรตั้งชื่อ  www.ABC.com แต่บางครั้งชื่อบริษัทของคุณอาจจะถูกคนอื่นๆ จด .com ไปแล้วคุณอาจจะไปจดเป็น .co.th ก็ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบโดเมนที่เป็นรูปแบบของบริษัทของไทย ดูมีความน่าเชื่อถือด้วยเพราะคุณจะจดชื่อ .co.th ก็ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบเมนที่เป็นรูปแบบของบริษัทของไทย ดูมีความน่าเชื่อถือด้วยเพราะคุณจะจดชื่อ .co.th ได้นั้นชื่อบริษัทของคุณจะต้องมีความสอดคล้องกับชื่อโดเมนเนมที่จะจด .co.th

2. ต้องสั้น
          เช่น เว็บดังๆ ของเมืองไทย สมัยแรกๆ นิยมใช้ชื่อไทยมาสะกดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น sanook.com , hunsa.com หรือเว็บน้องใหม่มาแรงอย่าง kapook.com เพราะนอกจากคนจะจำได้แล้วยังบ่งบอกถึงความเป็นไทยและง่ายต่อการเรียกชื่อด้วย
แต่ก็มีบางครั้งที่พูดชื่อเว็บแล้ว คนอื่นก็อาจจะเข้าและสะกดชื่อเว็บไปเป็นแบบอื่นๆ ได้เพราะชื่อเว็บที่พูดสามารถสะกดได้หลายแบบ เช่น สบายดอทคอม มีวิธีการสะกดได้หลายแบบ  www.sabuy.com หรือ www.sabye.com ก็ได้ ซึ่งตอนบอกชื่อเว็บก็คงต้องมาคอยบอกกำกับอีกทีว่า B-Y-E หรือ B-U-Y  ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้ฟังได้

3.  จำง่าย พูดง่าย และสะกดง่าย
          เพราะบางครั้ง การเข้าเว็บไซต์ก็มาจาการบอกต่อหรือการได้ฟังจากวิทยุหรือเห็นตามโปสเตอร์ต่างๆ เช่นกัน ดังนั้นหากชื่อโดเมนเนมของคุณ สามารถจดจำได้ง่าย พูดและสะกดง่าย จะทำให้ลูกค้า สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์คุณได้อย่างถูกต้อง เพราะการสะกดผิดเพียงคำเดียวหมายถึงการเข้าผิดเว็บเลยทีเดียว

4.  บางครั้งชื่อยาวก็จำง่ายเหมือนกัน
          บางครั้งการตั้งชื่อโดเมนยาวๆ ก็สามารถจำได้ง่ายเช่นกันหากชื่อที่คุณตั้งเป็นประโยคที่มีความหมายตรงตัว พูดแล้วสามารถเข้าใจและจดจำได้ง่าย เช่น www.ThaiSecondhand.com พอคุณพูดกับใครๆ ก็สามารถเข้าใจและสามารถจดจำได้ง่าย เพราะมีความหมายตรงตัว

5. ชื่อเว็บแสดงลักษณะของบริการของเว็บ
          หรือมีส่วน เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายจะได้กลับไปจากเว็บยกตัวอย่าง เช่น Hotelsthailand.com: ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเว็บที่ให้บริการเกี่ยวกับการให้ ข้อมูลโรงแรมในประเทศไทย ThaiSecondhand.com ที่ชื่อก็บ่งบอกว่าเมื่อเข้ามาต้องเจอข้อมูลของของมือสอง หรือ pappayon.com ที่ไม่บอกก็รู้ว่าบริการที่ให้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องภาพยนตร์แน่ๆ

6. เติม s หรือไม่เติม s
          บางครั้งเว็บไซต์ที่คุณใช้ อาจจะสามารถลงท้าย s หรือไม่มี s ก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดี ก็ควรจดไปทั้งสองแบบคือแบบ มี s และไม่มี s เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของผู้ใช้บริการเช่น  www. HotelThailand.com (ไม่มี s) และ www HotelsThailand.com ( มี s) หากกดเข้า 2 โดเมนนี้ก็จะเข้าไปที่เดียวกัน(แต่ www.HotelsThailand.com สำหรับภาษาไทยและ www. HotelThailand.com เป็นภาษาอังกฤษ แต่ทั้งสองเว็บก็เป็นของเจ้าของคนเดียวกัน

7. หลีกเหลี่ยงการใช้ ? (ขีดกลาง หรือ Hyphen)
          เพราะคนส่วนใหญ่เวลาพูดชื่อหรือเข้าเว็บไซต์จะไม่ค่อยใช้(ขีดกลาง) ขั่นระหว่างคำตอนพิมพ์ชื่อโดเมนเนม เช่น www.one-2-call.com หากคนส่วนใหญ่หากพูดจะพูดกันแค่ www.one2call.com ไม่พูด ? (ขีดกลาง) กันซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์นั้นได้

8. การตั้งชื่อแบบไม่มีความหมายเลยก็ได้
          เช่น google.com, yahoo.com, หรือเว็บประมูลชื่อดัง ebay.com แต่เมื่อ Brand ได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว กลุ่มเป้าหมายก็จะจดจำได้ และสร้างความเกี่ยวเนื่องของ Brand กับบริการของเว็บขึ้นมาเอง บางเว็บนึกไม่นอก ถึงกับตั้งชื่อเลียนแบบเว็บดังๆ เลยก็มี เช่น google.com เว็บ search engine ที่อาศัยความบังเอิญที่คนอาจจะสะกดผิด แทนที่จะเข้าไป google ก็มาที่นี่แทน (แต่คุณภาวุธไม่แนะนำวิธีนี้นะครับ)

9. การใช้ชื่อแคมเปญหรือคำวลีที่เกี่ยวข้องหรือดึงดูดมาตั้ง
          การ ตั้งชื่อโดเมนลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยมในช่วงปี 2005 โดยแบรนด์สินค้าหลายๆ อันมักจะทำเว็บไซต์ที่เป็นแคมเปญใหม่ขึ้นมา เช่น แชมพู คลินิก เปิดเว็บใช้ชื่อ ClearOilyHead.com chevron ตั้งชื่อเว็บไซต์ใหม่ http://www.WillYouJoinUs.com / เพื่ออธิบายเกี่ยวกับเรื่องการใช้พลังงาน
          ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนมที่จะ ช่วยทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถ รับและเข้าใจในชื่อของเว็บไซต์คุณได้ ซึ่งหากชื่อจำง่าย ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วละครับ ....

อ่านบทความของคุณภาวุธจบแล้ว ผมก็นึกถึงชื่อเว็บไวต์ของผมเองคือ www.chaiyospun.com  ชื่อนี้มีที่มาง่าย ๆ ตามความตั้งใจของผม ดังนี้

1.     เป็นชื้อของผมต่อด้วคำแรกของนามสกุลผม คือ Chaiyos  Punsakulchai จึงกลายมาเป็น chaiyospun
2.     ความหมายภาษาไทย หมายถึง อาชีพวิทยากรของผม ที่ต้องพัฒนาคน สร้างคน หรืออีกนัยหนึ่งคือการปั้นคนนั่นเอง   ชื่อเว็บนี้ถ้าเขียนและอ่านเป็นภาษาไทยอ่าน ก็จะเป็นคำว่า ไชยยศปั้น
3.     อีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการเรียกชื่อจริงผม (ไชยยศ) กับชื่อเล่นลูกชาย (ปั้น) ต่อกันไป อันนี้เป็นความชอบส่วนตัว ไม่มีเหตุผล ก็ผมชอบเรียกชื่อลูกชายไงล่ะครับ

ผมมีวิธีการที่จะทำสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จักผม นึกถึงผม และ เข้าไปค้นหาเว็บไซต์ของผม โดย
1.     ไม่แจกนามบัตร (ผมเลิกแจกมาเกือบปีแล้ว เหมาะกับยุค Paperless  แถมได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนนิดหนึ่งก็ยังดี) แต่ผมแนะนำให้ลูกค้าเข้าไปใน google  แล้วพิมพ์คำภาษาไทยว่า ไชยยศปั้น  หรือ ภาษาอังกฤษว่า chaiyospun  ก็ได้  แค่นี้ก็จะเจอข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งบทความของผมมากมาย
2.     ไม่ส่ง Profile ข้อมูลวิทยากรเป็น attached file ไปให้ลูกค้า แต่แนะนำให้อ่าน หรือดาวน์โหลดได้เองจาก เว็บ chaiyospun
3.     ทำลิงค์จากเว็บ ไปยังบล็อกส่วนตัวของผมที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อเว็บไซต์ คือ chaiyospun  มีบทความและสาระน่ารู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายของผม คือลูกค้าที่ทำงานด้านการฝึกอบรม และพัฒนาคน ได้อ่านกันเป็นประจำ

เครดิต : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=280653

บันทึกการเข้า

dynaz
dynaz of iDeeZiGn
ประธานฝ่ายความมั่นคง
Creative High School
*****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2009, 12:21:51 pm »

การสร้าง Brand ตอน การตั้งชื่อเว็บไซต์

หัวข้อ : Article brand

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแข่งขันทางด้านการตลาดในขั้นต้นของสินค้าและบริการหลายประเภทนั้น เริ่มต้นด้วยการสร้าง Brand หรือการทำให้ชื่อสินค้าและบริการของตนให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย ตามทฤษฎี AIDA ที่เคยพูดไว้ในตอนก่อนๆ (Awareness, Interest, Desire, และ Action)
ในธุรกิจการทำเว็บไซต์ก็เช่นเดียวกัน ปัจจัยหนึ่ง และอาจจะเป็นปัจจัยเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการตั้งชื่อเว็บไซต์ และสร้าง Brand หรือชื่อเว็บไซต์นั้นๆ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายและกับคนทั่วไป

การสร้าง Brand เมื่อเทียบกับธุรกิจการทำเว็บไซต์ นั้นมีหลายวิธีและรูปแบบ

การตั้งชื่อเว็บไซต์หรือที่เรียกกันกว่า โดเมนเนม

การสร้างลักษณะเฉพาะของเว็บไซต์ (Brand Identity) เช่นการออกแบบโลโก้ของเว็บไซต์ และการใช้สโลแกนหรือคำพูดใต้โลโก้

การทำการ PR และโฆษณาอย่างต่อเนื่อง และอีกหลากหลายวิธีในการสร้าง Brand ของเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จัก

แต่วันนี้เราจะมาพูดคุยในเรืองของการตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนม เพราะชื่อเว็บไซต์ถือเป็นประตูในการที่จะให้คนที่สนใจสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ ดังนั้นชื่อเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่จะต้องคิดตั้งชื่อให้ดี เพราะชื่อดีก็มีส่วนในการสร้างให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ การตั้งชื่อเว็บไซต์นั้นมีวิธีการหลายอย่างและไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับชื่อนั้นๆ เข้ากับลักษณะของเว็บ และตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด

ลองมาดูวิธีการและกฎในการตั้งชื่อเว็บกันครับ ก่อนที่จะตั้งชื่อเว็บได้นั้น จะต้องทำความเข้าใจกับเว็บของเราเองเสียก่อน ว่าเว็บของเรานั้นเป็นเว็บแบบไหน ให้บริการอะไร ที่สำคัญ จุดเด่นและข้อแตกต่างของเว็บเรากับเว็บอื่นๆ คืออะไร พูดง่ายๆ ก็คือการหา Selling Point หรือจุดขายของเว็บของเราให้ได้ก่อน หลังจากนั้น เราจะต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเว็บด้วย ว่าพวกเขาเป็นใคร ต้องการอะไร และจะได้อะไรจากเว็บของเรา เพื่อที่จะได้ตั้งชื่อสื่อถึงบริการของเว็บ และตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย


กฎของการตั้งชื่อโดเมนเนมคือ - ถ้ามีบริษัท ชื่อสินค้า หรือบริการ ก็ใช้ชื่อเหล่านั้นตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ หากคุณมีบริษัทชื่อ ABC คุณก็ควรตั้งชื่อ www.ABC.com แต่บางครั้งชื่อบริษัทของคุณอาจจะถูกคนอื่นๆ จด .com ไปแล้วคุณอาจจะไปจดเป็น .co.th ก็ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบโดเมนเนมที่เป็นรูปแบบของบริษัทของไทย ดูมีความน่าเชื่อถือด้วยเพราะคุณจะจดชื่อ .co.th ได้นั้นชื่อบริษัทของคุณจะต้องมีความสอดคล้องกับชื่อโดเมนเนมที่จะจด .co.th


ต้องสั้น เช่น เว็บดังๆ ของเมืองไทยสมัยแรกๆ นิยมใช้ชื่อไทยมาสะกดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น sanook.com, hunsa.com หรือเว็บน้องใหม่มาแรงอย่าง kapook.com เพราะนอกจากคนจะได้จำได้แล้ว ยังบ่งบอกถึงความเป็นไทยและง่ายต่อการเรียกชื่ออีกด้วย แต่ก็มีบางครั้งที่พูดชื่อเว็บแล้ว คนอื่นก็อาจจะเข้าและสะกดชื่อเว็บไปแบบอื่นๆ ได้เพราะชื่อเว็บที่พูดสามารถสะกดได้หลายแบบ เช่น สบายดอทคอม มีวิธีการสะกดได้หลายแบบ www.sabuy.com หรือ www.sabye.com ก็ได้ ซึ่งตอนบอกชื่อเว็บก็คงต้องมาคอยบอกกำกับอีกทีว่า B-Y-E หรือ B-U-Y ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้ฟังได้ - จำง่าย พูดง่ายและสะกดง่าย เพราะบางครั้งการเข้าเว็บไซต์ก็มาจากการบอกต่อหรือการได้ฟังจากวิทยุหรือเห็น ตามโปสเตอร์ต่างๆ เช่นกัน ดังนั้นหากชื่อโดเมนเนมของคุณ สามารถจดจำได้ง่าย พูดและสะกดง่าย จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาที่เว็บไซต์คุณได้อย่างถูกต้อง เพราะการสะกดผิดเพียงคำเดียวหมายถึงการเข้าผิดเว็บเลยทีเดียว


บางครั้งชื่อยาวก็จำง่ายเหมือนกัน บางครั้งการตั้งชื่อโดเมนยาวๆ ก็สามารถจำได้ง่ายเช่นกันหาก ชื่อที่คุณตั้งเป็นประโยคที่มีความหมายตรงตัว พูดแล้วสามารถเข้าใจและจดจำได้ง่ายเช่น www.ThaiSecondhand.com พอคุณพูดกับใครๆ ก็สามารถเข้าใจและสามารถจดจำได้ง่ายเพราะมีความหมายตรงตัว
ชื่อเว็บแสดงลักษณะของบริการของเว็บ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายจะได้กลับไปจากเว็บ ยกตัวอย่างเช่น Hotelsthailand.com ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเว็บที่ให้บริการเกี่ยวกับการให้ข้อมูล โรงแรมในประเทศไทย ThaiSecondhand.com ที่ชื่อก็บ่งบอกว่าเมื่อเข้ามาต้องเจอข้อมูลของของมือสอง หรือ pappayon.com ที่ไม่บอกก็รู้ว่าบริการที่ให้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องภาพยนตร์แน่ๆ


เติม S หรือไม่เติม S บางครั้งเว็บไซต์ที่คุณใช้อาจจะสามารถลงท้าย s หรือไม่มี s ก็ได้ แต่ถ้าให้ดี ก็ควรจดไปทั้งสองแบบ คือแบบมี S และ ไม่มี S เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของผู้ใช้บริการ เช่น www.HotelThailand.com (ไม่มี S) และ www.HotelsThailand.com (มี S) หากกดเข้า 2 โดเนมนี้ก็จะเข้าไปที่เดียวกัน (แต่ www.HotelsThailand.com สำหรับภาษาไทยและ www.HotelThailand.com เป็นภาษาอังกฤษแต่ทั้งสองเว็บก็เป็นของเจ้าของคนเดียวกัน


หลีกเลี่ยงการใช้ - (ขีดกลาง หรือ Hyphen) เพราะคนส่วนใหญ่เวลาพูดชื่อหรือเข้าเว็บไซต์จะไม่ค่อยใช้ - (ขีดกลาง) ขั่นระหว่างคำตอนพิมพ์ชื่อโดเมนเนม เช่น www.one-2-call.com หากคนส่วนใหญ่หากพูดจะพูดกันแค่ www.one2call.com ไม่พูด - (ขีดกลาง) กันซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์นั้นได้
การตั้งชื่อแบบไม่มีความหมายเลยก็ได้ เช่น google.com, yahoo.com หรือเว็บประมูลชื่อดัง ebay.com แต่เมื่อ Brand ได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว กลุ่มเป้าหมายก็จะจดจำได้ และสร้างความเกี่ยวเนื่องของ Brand กับบริการของเว็บขึ้นมาได้เอง บางเว็บนึกไม่ออก ถึงกับตั้งชื่อเลียนแบบเว็บดังๆ เลยก็มี เช่น googlo.com เว็บ search engine ที่อาศัยความบังเอิญที่คนอาจจะสะกดผิด แทนที่จะเข้าไป Google ก็มาที่นี่แทน (แต่ผมไม่แนะนำวิธีนี้นะครับ)


การใช้ชื่อแคมเปญหรือคำ วลีที่เกี่ยวข้องหรือดึงดูดมาตั้ง การตั้งชื่อโดนเมนลักษณะนี้ กำลังได้รับความนิยมในช่วงปี 2005 โดยแบรนด์สินค้าหลายๆ อัน มักจะทำเว็บไซต์ที่เป็นแคมเปญใหม่ขึ้นมา เช่น แชมพู คลีนิก เปิดเว็บใช้ชื่อ www.ClearOilyHead.com, Chevron ตั้งชื่อเว็บไซต์ใหม่ http://www.WillYouJoinUs.com เพื่ออธิบายเกี่ยวกับเรื่องการใช้พลังงาน


ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเนมที่จะช่วยทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถ รับและเข้าใจในชื่อชองเว็บไซต์คุณได้ ซึ่งหากชื่อจำง่าย ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วละครับ คราวหน้าผมจะมาพูดถึงการสร้างเอกลักษณะของเว็บไซต์ (Brand Identity) เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถจดจำเว็บไซต์คุณได้ดีมากายิ่งขึ้น

บันทึกการเข้า

dynaz
dynaz of iDeeZiGn
ประธานฝ่ายความมั่นคง
Creative High School
*****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2009, 12:24:14 pm »

กลยุทธ์การเลือกโดเมน สำหรับ SEO


108 กลยุทธ์การเลือกโดเมน สำหรับทำ SEO
โลกปัจจุบันการเติบโตทางสังคมอินเตอร์เนตยิ่งทวีคูณ การสร้างเว็บไซต์ให้ดังฟังดูเหมือนจะยากและถ้าเรารู้กลเม็ดในการสร้างเว็บไซต์แล้ว เว็บเราสามารถดังได้ในไม่ช้า ดังนั้นในเบื้องต้นเราขอแนะนำเกี่ยวกับการเลือกโดเมน เป็นอันดับต้นๆ ว่าเราควรเลือกโดเมนเนมอย่างไร และโดเมนที่เหมาะสำหรับทำ  (SEO) Search engine optimization คืออะไร ถือเป็นกลยุทธ์การแรกสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ให้ติดอันดับ ดังนี้

1. การเลือกชื่อโดเมนเนมให้สอดคล้องกับประเภทเนื้อหาของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องชนิดที่ถอดคำแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยได้ยิ่งดี หรือ มีคำ คำ นั้นอยู่ในโดเมนเนมก็ได้ เช่น เราจะทำเว็บไซต์จัดหางาน เราจะเลือกโดเมนอย่างไร ให้คนรู้นั้นต้องคำนึงถึงพื้นที่กลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายของเราคือประชากรประเทศไทย ก็ควรจดโดเมน ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า Thai หรือ Thailand หรือ Siam เป็นต้น

ขอยกตัวอย่าง การตั้งชื่อโดเมน ที่พอว่างสำหรับผู้ทำเว็บไซต์ กลุ่มหางาน เช่น

1. jobsiamzone   1. job76zone   1. josiamlive
2.  jobsiamhot   2. job76thai   2. livejobthailand
3. jobsiamlink   3. thailandjoblist   3. job2thailand
4. jobsiamdb   4. jobsearchthai   4. thailandfreejob
5. jobsiamweb   5. jobsiamsearch   5. thfreejob
    ชื่อโดเมนดีๆ ปัจจุบันหาค่อนข้างยาก เพราะตั้งแต่สังคมโลกเริ่มมีระบบอินเตอร์เนต ชื่อโดเมนก็ถูกจับจอง จดทะเบียน ครอบครองกันไปทุกๆวัน วันละหลายๆ ชื่อ ซึ่งก็แปลกดีเหมือนกัน ชื่อโดเมนเนมไม่เหมือนกับชื่อบุคคล ที่พอจะซ้ำๆ กันได้ เช่น นายสมชาย ก็มีได้หลายสมชาย แต่โดเมนก็ได้แค่ชื่อเดียว แต่อาจจะมีหลายดอท อาทิ ดอทคอม ดอทเนท ดอทอินโฟ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่นิยมที่สุด ก็น่าจะเป็น ดอทคอม

 2. การตั้งชื่อเว็บไซต์มีลักษณะบ่งเฉพาะ ที่คนทั่วไปเห็นโดเมนชื่อนี้ จะทราบได้ทันทีว่าเนื้อหาเว็บไซต์นั้นเกี่ยวข้องกับอะไร หากคำคำนั้นไม่มีความหมายอะไรเลยก็ยากที่คนทั่วไปจะเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์ของท่านได้เอง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการทำ  (SEO) Search engine optimization

3. การตั้งชื่อเว็บไซต์ให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับเว็บที่ติดอันดับ ทำได้หรือไม่ หรือ ทำได้อย่างไร ซึ่งจากการศึกษาในเรื่องคดีความเกี่ยวกับโดเมนที่มีชื่อใกล้เคียงกันแล้วมีปัญหาฟ้องร้องบังคับคดีในประเทศไทย น่าจะยังไม่ปรากฎ เพราะถือว่าเป็นเสรีภาพในการตั้งชื่อ แต่อย่างไรก็ตามก็ควรเลี่ยงการตั้งชื่อที่เหมือนกันเกินไป เพราะไม่สงผลดีต่อการทำเว็บไซต์ของเราแน่นอน เพราะอย่างแรกก็คือเว็บไซต์ที่ดังอยู่แล้วคนก็จะใช้งานเป็นประจำ กว่าเราจะเบียดอันดับแซงมาอยู่ต้นๆ ก็คงจะเป็นไปได้ยากยิ่ง ด้วยเหตุและปัจจัยหลายๆประการ

แต่ทั้งนี้หากท่านตั้งชื่อเหมือนหรือพ้องกับเว็บไซต์ดังๆ แล้วก็คัดลอกเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆมา หรือทำโลโก้เลียนแบบ สี ข้อความ ลักษณะตัวอักษร หรือ ทำเนื้อหาที่เหมือนกัน รูปลักษณะที่เหมือนกันจนอาจทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด ก็อาจถูกฟ้องร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวได้ ในฐานความผิดที่กฎหมายกำหนดเช่น เลียนเครื่องหมายการค้า เป็นต้น (เป็นความเห็นส่วนบุคคล)

 

 

ผู้เขียน และ เรียบเรียง : โต สยาม เอช อาร์ เอ็ม

Tags: กลยุทธ์การเลือกโดเมน, การตั้งชื่อเว็บไซต์, การทำseo, การเลือกชื่อโดเมนเนม, ตัวอย่าง การตั้งชื่อโดเมน, ทำSEO

บันทึกการเข้า

poumerida
Creative Newbie
*

Karma: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2009, 09:39:47 am »

 :golilaa: สุดๆไปเลย

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: